DJ
song:
artist:
NEWS
Apr 01, 2020 | ดู 371 ครั้ง

คุยกับ ลอร์แคน ฟินเนแกน ผู้กำกับหนังไซไฟระทึกขวัญคอนเซ็ปต์สุดล้ำ 'VIVARIUM หมู่บ้านวิวา(ห์)เรียม'

“หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง พร้อมกับสิทธิพิเศษมากมาย เราขอแนะนำหมู่บ้านวิวาเรียม บ้านพร้อมอยู่ ที่จะอยู่กับคุณไปจนตาย”  “Vivarium หมู่บ้านวิวา(ห์)เรียม” ผลงานระทึกขวัญสั่นประสาทที่นักวิจารณ์ทั่วโลกกล่าวถึง  เรื่องของคู่รักหนุ่มสาว (เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก และ อิโมเจน พูตส์) ที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ในหมู่บ้านแสนประหลาดเพราะบ้านมีรูปลักษณะเหมือนกันทั้งหมด และต้องเจอเหตุการณ์ผิดเพี้ยนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชวนให้ผู้ชมค้นหาความจริงเกี่ยวกับความลับขนหัวลุกของหมู่บ้านแห่งนั้น
 
ครั้งนี้ได้เราเปิดใจคุยกับผู้กำกับ ลอร์แคน ฟินเนแกน ผู้กุมบังเหียนหนังไอเดียสุดแปลกที่สร้างความฮือฮาในเทศกาลหนังเมืองคานส์มาแล้ว การเตรียมฉายครั้งแรกในเทศกาลหนังเมืองคานส์เป็นอย่างไร ?
 
 
ลอร์แคน ฟินเนแกน: มันยอดเยี่ยมมากๆครับ เราได้รับข้อเสนอให้ออกฉายในสาขา Directors Fortnight และ Critics Week และเราก็คิดว่าสาขา Critics Week จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า แล้วมันก็ฮือฮา เพราะมันเป็นแนวเฉพาะ เราจึงต้องทำหนังให้เสร็จภายในเวลาที่จะเข้าฉายในเทศกาล เราทำเสร็จสมบูรณ์สองวันก่อนออกฉาย มันเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ซึ่งผมไม่เคยไปมาก่อนเลย มันก็เลยยอดเยี่ยมจริงๆที่ได้ฉายในเทศกาลนั้นครับ
 
หนังเรื่องนี้อิงจากส่วนหนึ่งในหนังสั้นเรื่องก่อนของคุณ Foxes คุณช่วยอธิบายการต่อยอดสู่หนังเรื่อง Vivarium ได้หรือเปล่า ?
ลอร์แคน ฟินเนแกน: หนัง Foxes เป็นผลตอบรับว่าด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไอร์แลนด์ตอนนั้น ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ รัฐบาลได้ยอมให้ธนาคารสามารถปล่อยกู้ได้สูงสุด 100% ดังนั้นมันจึงเกิดปัญหาขึ้นเมื่อนายทุนอสังหาริมทรัพย์ได้ทำการสร้างบ้านหลังโต ๆ ราคาสูง ๆ บนพื่นที่ว่าง ๆ ห่างไกลความเจริญในแถบไอร์แลนด์แล้วหากำไรจากการขายบ้านเหล่านั้นโดยยอมให้ผู้ที่มาซื้อบ้านสามารถกู้เงินมาซื้อได้เต็มที่ 100%
 
ต่อมามีคนซื้อบ้านแบบคู่รักคู่หนึ่งในหนังที่ลงเอยด้วยการซื้อบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน 200 หลังและมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่อาศัยอยู่ เวลาผ่านไปรวดเร็วแล้วพบว่าสถานที่นั้นยังสร้างไม่เสร็จ หลายอย่างถูกรื้อถอนทำลายไว้อยู่แล้ว ถูกปล่อยเป็นขยะ ดังนั้นในหนังเรื่อง Foxes มันเล่าเรื่องคู่รักที่ติดกับดักทางการเงินและกับดักทางสภาพจิตใจในหมู่บ้านร้างที่ธรรมชาติกำลังรุกรานพวกเขาและกำลังเอาคืน แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ต้องกลับเข้าหาธรรมชาติด้วยวิธีการเหนือจริงเพื่อเอาชีวิตรอดครับ
 
 
 
หนังแฝงด้วยแนวคิดสภาพสังคม ทุนนิยม บริโภคนิยม ความละโมบ หลายอย่างทั้งหมดที่เราสนใจซึ่งเราก็แตะประเด็นนี้ในหนังเรื่อง Foxes แล้วต้องการต่อยอดเป็นหนังจอเงิน การ์เร็ต แชนลี่ย์ (มือเขียนบท) และผมจึงเริ่มเขียนบท เราพัฒนาโปรเจกต์เรื่อง Vivarium มันออกจะเป็นส่วนผสมที่รวมความเป็นสารคดีธรรมชาติว่าด้วยวัฏจักรชีวิตนกสายพันธุ์หนึ่งของยุโรป รวมกันออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ 
 
งานออกแบบงานสร้างในหนังและสุนทรียะทั่วไปในหนังมันน่าทึ่งมากๆ อยากทราบว่าได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากไหนในการทำหนังเรื่องนี้ ? ลอร์แคน ฟินเนแกน:  ผมพยายามทำความเข้าใจเพราะมันยากที่จะเล่าออกมาแต่ผมก็ได้รับอิทธิพลจากหนังของรอย แอนเดอร์สสัน (Song from the Second Floor) เพราะเขาสร้างฉากและสภาพแวดล้อมข้างนอกภายในโกดัง ศิลปินนักจัดแสง โอลาเฟอร์ เอเลียสสัน ก็มีโปรเจกต์เมื่อผมอยู่ที่ลอนดอน เขามีโปรเจกต์ที่เขาได้สร้างดวงอาทิตย์ปลอมดวงโตๆซึ่งมันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมครับ
มันรวมถึงงานภาพถ่ายของ อันเดรียส กูร์สกี และมีภาพยนตร์ของ ฮิโรชิ เทชิงาฮาระ ชื่อว่า Woman in the Dunes ด้วย มันไม่ใช่อิทธิพลเชิงสุนทรียะซะทีเดียว แต่เป็นอิทธิพลเชิงระเบียบแบบแผนมากกว่า ถ้าเป็นแหล่งอ้างอิงจริงๆก็คงเป็นภาพวาดของเรอเน มากริต ชื่อว่า The Empire of Light ซึ่งมันอยู่ในสคริปท์ เราก็เลยออกแบบบางส่วนให้ดูเหมือนภาพวาดของมากริต โดยเฉพาะความเหนือจริงในหนังเรื่องนี้ครับ
 
หนังเรื่องนี้ถ่ายทำหลังหรือก่อน Art of Self Defence ซึ่งนำแสดงโดยเจสซี่ ไอเซนเบิร์ก และอิโมเจน พูตส์ ?
ลอร์แคน ฟินเนแกน:  ผมทำหนังเรื่อง Vivarium ก่อนหนังเรื่องนั้นครับ มันบ้าดีเพราะผมรู้จัก ไรลี่ย์ สเติร์นส (ผู้กำกับ The Art of Self Defence) เราสนิทกัน คุยกันทางออนไลน์ทางโซเชียลมีเดีย รู้จักผ่าน Vimeo เพราะเขาทำหนังสั้นชื่อว่า The Cub ในช่วงเวลาที่ผมทำหนังเรื่อง Foxes แต่ลงเอยด้วยการฉายในสายเดียวกันตามหลายเทศกาลหนัง เขาถ่ายทำหนังเรื่องนั้นก่อนผมและเมื่อเขาปิดกล้อง เขาไปพักผ่อนวันหยุดที่ดับลิน เราก็เลยได้เจอกันและพูดคุยกัน นี่คือเหตุการณ์ก่อนที่ผมคัดเลือกนักแสดง และผมก็คิดที่จะเลือกอิโมเจน พูตส์เป็นคนแรก
 
ต่อมาอิโมเจนก็แนะนำให้เลือกเจสซี่ ไอเซนเบิร์กด้วย ผมก็คิดว่า “ใช่นะ ทำไมนั่นดูน่าสนใจดี” แน่นอนเธอเคยทำงานกับเขามาก่อนเมื่อไม่นานมานี้ มันออกจะเพี้ยนและเจ๋งดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้ง
ระหว่างการทำหนังสั้นเรื่องก่อนๆ หนังเรื่อง Without Name และหนังเรื่องนี้ คุณช่วยเล่าเรื่องความสัมพันธ์ทางความคิดสร้างสรรค์กับ การ์เร็ต แชนลี่ย์ให้หน่อย ?
 
 
ลอร์แคน ฟินเนแกน:  เราเจอกันในงานพูดคุยเกี่ยวกับการทำหนังทุนต่ำเมื่อปี 2007 มันเรียกว่าโปรเจกต์ Catalyst ที่ Irish Film Board เป็นผู้จัด ซึ่งตอนนี้เรียกว่า Screen Ireland เราลงทุนประมาณสามแสนปอนด์ในการทำหนังซักเรื่อง ตอนนสัมนานั้นก็มีการเชิญคนทำหนังชาวเดนมาร์กมาด้วย
 
เราเจอกันตอนนั้นและผุดไอเดียหนังเรื่องหนึ่งชื่อว่า Utopia มันเล่าเกี่ยวกับชายคนหนึ่งที่สร้างโลกอีกใบหนึ่งและสร้างตัวละครที่เป็นได้ทุกอย่างในแบบที่เขาเป็นไม่ได้ แต่กลายเป็นว่าตัวละครตัวนั้นเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริง คอยดูกลืนผู้คนเก็บไว้ในไดรฟ์ยูเอสบีและขังพวกเขาไว้ในโลกเสมือนจริง มันเป็นโปรเจกต์ราคาสูงและไม่มีทางที่จะทำด้วยทุนต่ำขนาดนั้นได้ เราก็เลยไม่ได้สร้างแต่เราก็ขำดีกับเรื่องราวนั้น
 
แล้วการ์เร็ตก็มีบล็อกที่ชื่อว่า Fug the World แล้วผมได้อ่านมันตอนนั้นที่เราได้เจอกัน มันมีเรื่องราวเพี้ยนๆตลกมากๆทำนองนั้น แล้วหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่เชิงตลกมาก แต่มีงานภาพที่น่าสนใจ น่าสนใจเชิงแบบแผน มันคือเรื่องสั้นที่ชื่อว่า Foxes ซึ่งสุดท้ายเราก็นำไปพัฒนาเป็นสคริปท์ มันมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อยบ้างแล้วเอาไปสร้างเป็นหนังสั้น เมื่อเราส่งโปรเจกต์หาทุนแล้วได้มาสำเร็จ เราก็ได้ทำหนังสั้นเรื่องอื่นๆ แล้วโปรเจกต์ Catalyst ก็ทำให้เราได้ทุนในการทำหนังยาวเรื่อง Without Name
 
คุณรู้สึกอย่างไรที่พื้นเพทางกราฟิกดีไซน์มีผลต่อสไตล์งานกำกับหนังของคุณ ?
ลอร์แคน ฟินเนแกน:  ใช่ครับ ผมหมายถึงมันยากที่จะเล่ามุมมองจากคนภายนอก แต่ผมหมายถึงว่าผมเคยเรียนกราฟิกดีไซน์มาก่อน แต่จริงๆ แล้วผมเคยคิดว่ากราฟิกดีไซน์คืองานกราฟฟิกภาพเคลื่อนไหว พวกอนิเมชั่นอะไรทำนองนั้น ผมเริ่มศึกษาแล้วพบว่ามันเกี่ยวกับงานภาพและตัวอักษรทั้งหมด แต่มันเจ๋งครับ มันเป็นรูปแบบการฝึกสอนในเรื่องการจัดวางตำแหน่ง สีสัน สัดส่วน อะไรพวกนั้นครับ และเมื่อไรก็ตามที่ผมเริ่มโปรเจกต์กราฟิก หลายอย่างก็มีแนวโน้มไปทางโครงสร้างการเล่าเรื่องเสมอครับ
แล้วจากนั้นผมก็เริ่มทำงานภาพเคลื่อนไหว ผมชอบการสร้างโลกหลายใบแต่ผมยังไม่มีอุปกรณ์หรือเงินทุนที่จะพัฒนาได้ หนังสั้นสองเรื่องแรกของผมเป็นการผสมผสานของหนังคนแสดงและอนิเมชั่น ผมอยากสร้างโลก สร้างสิ่งแวดล้อมแล้วใส่ตัวละครลงไปในนั้น แล้วสภาพแวดล้อมเหล่านี้ก็มีบทบาทสำคัญของมัน และผมก็คิดว่างานนั้นมันมาจากพื้นเพทางกราฟิกดีไซน์ของผมครับ 
 
  หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง เราขอแนะนำหมู่บ้านวิวาเรียม บ้านพร้อมอยู่ ที่จะอยู่กับคุณไปจนตาย  เตรียมพบกับภาพยนตร์ระทึกขวัญสานประสาทที่นักวิจารณ์ทั่วโลกกล่าวถึง “Vivarium หมู่บ้านวิวา(ห์)เรียม” เร็วๆนี้ ในโรงภาพยนตร์
 

 




.:: ข่าวอื่นๆ





App Downlaod IOS App Downlaod Android
เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลการใช้งานของคุณเพื่อนำมาใช้วางแผนและบริหารเว็บไซต์ อ่านเพิ่มเติม